วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เทคนิคและขั้นตอนในการ Monitoring Raspberry Pi บนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้ค

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. บอร์ด Raspberry Pi ในที่นี้ใช้ Raspberry Pi 3 Model B+
  2. Micro SD card พร้อมตัวแปลง
  3. สาย LAN และ Router
  4. สาย Power แบบ Micro-usb
  5. Raspbian OS หาได้จาก https://www.raspberrypi.org/downloads/raspbian/ โหลดตัว Desktop
  6. โปรแกรม Advance IP Scanner หาได้จาก https://www.advanced-ip-scanner.com/th/
  7. โปรแกรม SD Formatter หาได้จาก https://www.sdcard.org/downloads/formatter_4/
  8. โปรแกรม Win32DiskImager หาได้จาก https://sourceforge.net/projects/win32diskimager/
  9. โปรแกรม VNC Viewer หาได้จาก https://www.realvnc.com/en/connect/download/viewer/
  10. โปรแกรม PuTTY หาได้จาก https://www.putty.org/

ขั้นตอนการ Burn image ลง Micro SD Card

ตัวขั้นตอนวิธีเบื้องต้นสามารถปฏิบัติตามได้จาก Link https://playelek.com/rpi-os-image/

วิธีการ Monitoring Raspberry Pi ผ่านคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้ค

  1. หลังจาก Burn Raspbian OS ลง Micro SD Card เรียบร้อยแล้วให้นำไปเสียบใน Slot จากนั้นต่อสาย LAN จาก Router ไปที่ Raspberry Pi แล้วจึงป้อนไฟเข้าตัวบอร์ด


  2. ใช้โปรแกรม Advanced IP Scanner ในการตรวจสอบว่า ตัวบอร์ด Raspberry Pi นั้นเชื่อมอยู่กับ IP เบอร์อะไร

  3. เมื่อได้เลข IP ที่เชื่อมต่อแล้ว จะทำการเข้าใช้งานหน้า ssh ผ่าน PuTTY โดยใส่เลข IP ที่เชื่อมต่อกับบอร์ดลงไป และกด open หรือจะทำการ Save Session ไว้เพื่อกดเข้าหน้า ssh ได้ทันที ในกรณีที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเชื่อมต่อกับ Router ตัวอื่น

  4. เมื่อเข้ามาแล้วในการ Login ครั้งแรก username และ password จะถูก fixed ไว้ที่ user : pi password : raspberry เมื่อใส่เรียบร้อยก็จะเข้าสู้หน้าการใช้งาน ssh

  5. ต่อไปทำการไปตั้งค่าตัวบอร์ดผ่านคำสั่ง sudo raspi-config ในหน้านี้สามารถ config ระบบของบอร์ดได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยน password การตั้งเวลา ภาษา Timezone และอื่นๆ


  6. เข้าไปที่ Advanced Options และเลือก Expand Filesystem

  7. เมื่อตั้งค่าเสร็จสิ้นจะมีหน้าจอแสดงบอกว่าจะทำการขยายพื้นที่ภายหลังการบูทครั้งถัดไป ซึ่งหลังตั้งค่าตามที่ต้องการเสร็จสิ้นก็สามารถออกจากการตั้งค่าได้ โดยกด Finish ซึ่งจะมีการถามว่าจะ Reboot เลยหรือไม่ โดยในที่นี้จะเลือก Reboot เลย ซึ่ง PuTTY จะ Inactive ไปเนื่องจากบอร์ดถูก Reboot ให้รอซักพักจึงทำการเข้าไปเช็คผ่าน PuTTY อีกครั้งหากเข้าไม่ได้ ให้ทดลองปิดไฟแหล่งจ่ายและเปิดอีกครั้ง



  8. จากนั้นจะทำการติดตั้ง VNCserver เพื่อเปิดดู Desktop ของ Raspberry ผ่านคำสั่ง sudo apt-get install tightvncserver

  9. เมื่อติดตั้งเสร็จสิ้น ให้เรียกใช้โดยใช้คำสั่ง tightvncserver โดยการเข้าครั้งแรกจะให้กำหนดรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้ เมื่อถามถึง view-only password ในตอนนี้จะเลือก no ไป

  10. เมื่อเสร็จแล้วให้ทำการโหลดและติดตั้ง vncserver บนคอมพิวเตอร์ของเรา เมื่อเข้าโปรแกรมให้ใส่ IP ของบอร์ดตามด้วย :1 เช่น 192.168.42.1:1 และกด Connect จะมีแจ้งเตือนขึ้นให้กด Continue รหัสผ่านที่ตั้งไว้ ก็จะเปิดหน้าจอของบอร์ดได้

      

     


เทคนิคทั้งหมดอ้างอิงมาจาก



How to Connect Raspberry Pi to Laptop Display



How to Setup a Raspberry Pi Without a Monitor or Keyboard

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น