สิ่งที่ต้องเตรียม
- บอร์ด Raspberry Pi ในที่นี้ใช้ Raspberry Pi 3 Model B+
- Micro SD card พร้อมตัวแปลง
- สาย LAN และ Router
- สาย Power แบบ Micro-usb
- Raspbian OS หาได้จาก https://www.raspberrypi.org/downloads/raspbian/ โหลดตัว Desktop
- โปรแกรม Advance IP Scanner หาได้จาก https://www.advanced-ip-scanner.com/th/
- โปรแกรม SD Formatter หาได้จาก https://www.sdcard.org/downloads/formatter_4/
- โปรแกรม Win32DiskImager หาได้จาก https://sourceforge.net/projects/win32diskimager/
- โปรแกรม VNC Viewer หาได้จาก https://www.realvnc.com/en/connect/download/viewer/
- โปรแกรม PuTTY หาได้จาก https://www.putty.org/
ขั้นตอนการ Burn image ลง Micro SD Card
ตัวขั้นตอนวิธีเบื้องต้นสามารถปฏิบัติตามได้จาก Link https://playelek.com/rpi-os-image/
วิธีการ Monitoring Raspberry Pi ผ่านคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้ค
- หลังจาก Burn Raspbian OS ลง Micro SD Card เรียบร้อยแล้วให้นำไปเสียบใน Slot จากนั้นต่อสาย LAN จาก Router ไปที่ Raspberry Pi แล้วจึงป้อนไฟเข้าตัวบอร์ด
- ใช้โปรแกรม Advanced IP Scanner ในการตรวจสอบว่า ตัวบอร์ด Raspberry Pi นั้นเชื่อมอยู่กับ IP เบอร์อะไร
- เมื่อได้เลข IP ที่เชื่อมต่อแล้ว จะทำการเข้าใช้งานหน้า ssh ผ่าน PuTTY โดยใส่เลข IP ที่เชื่อมต่อกับบอร์ดลงไป และกด open หรือจะทำการ Save Session ไว้เพื่อกดเข้าหน้า ssh ได้ทันที ในกรณีที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเชื่อมต่อกับ Router ตัวอื่น
- เมื่อเข้ามาแล้วในการ Login ครั้งแรก username และ password จะถูก fixed ไว้ที่ user : pi password : raspberry เมื่อใส่เรียบร้อยก็จะเข้าสู้หน้าการใช้งาน ssh
- ต่อไปทำการไปตั้งค่าตัวบอร์ดผ่านคำสั่ง sudo raspi-config ในหน้านี้สามารถ config ระบบของบอร์ดได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยน password การตั้งเวลา ภาษา Timezone และอื่นๆ
- เข้าไปที่ Advanced Options และเลือก Expand Filesystem
- เมื่อตั้งค่าเสร็จสิ้นจะมีหน้าจอแสดงบอกว่าจะทำการขยายพื้นที่ภายหลังการบูทครั้งถัดไป ซึ่งหลังตั้งค่าตามที่ต้องการเสร็จสิ้นก็สามารถออกจากการตั้งค่าได้ โดยกด Finish ซึ่งจะมีการถามว่าจะ Reboot เลยหรือไม่ โดยในที่นี้จะเลือก Reboot เลย ซึ่ง PuTTY จะ Inactive ไปเนื่องจากบอร์ดถูก Reboot ให้รอซักพักจึงทำการเข้าไปเช็คผ่าน PuTTY อีกครั้งหากเข้าไม่ได้ ให้ทดลองปิดไฟแหล่งจ่ายและเปิดอีกครั้ง
- จากนั้นจะทำการติดตั้ง VNCserver เพื่อเปิดดู Desktop ของ Raspberry ผ่านคำสั่ง sudo apt-get install tightvncserver
- เมื่อติดตั้งเสร็จสิ้น ให้เรียกใช้โดยใช้คำสั่ง tightvncserver โดยการเข้าครั้งแรกจะให้กำหนดรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้ เมื่อถามถึง view-only password ในตอนนี้จะเลือก no ไป
- เมื่อเสร็จแล้วให้ทำการโหลดและติดตั้ง vncserver บนคอมพิวเตอร์ของเรา เมื่อเข้าโปรแกรมให้ใส่ IP ของบอร์ดตามด้วย :1 เช่น 192.168.42.1:1 และกด Connect จะมีแจ้งเตือนขึ้นให้กด Continue รหัสผ่านที่ตั้งไว้ ก็จะเปิดหน้าจอของบอร์ดได้
เทคนิคทั้งหมดอ้างอิงมาจาก
How to Connect Raspberry Pi to Laptop Display
How to Setup a Raspberry Pi Without a Monitor or Keyboard

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น